แปลจาก
National Thai newspaper responds to lone-anon blogger.

http://landdestroyer.blogspot.com/2011/09/alternative-media-making-waves.html

ขออภัยเจ้าของบทความ Land Destroyer หากสื่อสารผิดหรือความหมายคาดเคลื่อนไป ณ.ที่นี่ -( )-

7 กันยายน 2011 หนังสือพิมพ์ เนชั่น ลงบทความตอบโต้ Land Destroyer ซึ่งเขียนบทความเปิดโปง “ประชาไท” ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกาในการเขียนบทความชวนเชื่อ คอลัมน์ Transparency essential for democrayc campaigner ของ ประวิทย์ โรจนภรัค , ประวิทย์ยอมรับ แม้น่าสังเกตุว่ามีความขัดแย้งทางผลประโยชน์แอบแฝง ว่าตัวเขาเองนั้นส่งบทความให้กับประชาไทมาตั้งแต่ 2006 โดยมีเป้าหมายเพื่อปกป้องประชาไท จากส่ิงที่เขาเรียกว่า “เป็นข้อกล่าวที่ป่าเถื่อน” แต่ขณะเดียวกันประวิทย์ ก้ยอมรับว่าหลังจากหลายเดือนที่มีแรงกดดันมาที่ประชาไท ให้เปิดเผยแหล่งที่มาของเงินทุน ตัวเขาเองไม่สามารถบอกแหล่งที่มาของเงินทุนหรือเจาะลึกถึงแหล่งที่มาได้ครบถ้วน เพียงแต่กระท่อนกระแท่นบอกกับพนักงานของประชาไทอย่างไม่เต็มที่นักว่า ช่วยช่วยกระจายแหล่งเงินสนับสนุนหน่อยนะ

ประวิทย์ อ้างว่า “มันไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนว่าประชาไทรับเป็นเครื่องมือของนโยบายต่างประเทศสหรัฐโดยผ่านการสื่อสานด้วยงานเขียนและบทความ” แต่ขณะเดียวกันก็บอกว่ารัฐบาลสหรัฐให้เงินสนับสนุน National Endowment for Democracy (NED) และ มูลนิธิของจอร์จ โซรอส ที่ชื่อ Open Society ซึ่งทั้งสองแห่งนั้น ให้การสนับสนุนทางการเงินกับประชาไท แต่ขณะเดียวกันเลี่ยงที่จะพูดถึงประชาไทว่า ที่หน้าเว็บมีการลิงค์เชื่อมโยงหลางแห่งถึงเว็บไซด์และบทความที่มีแหล่งที่มาจาก NED-Funded Freedom House, Reporters Without Border และ International Federation For Human Right (FIDH) รวมถึงนำรายงานจากองค์กรที่โซรอสให้เงินทุนสนับสนุนอย่าง Amnesty International และ Human Rights Watch มาโพสต์ซ้ำๆ
ประวิทย์ ไม่ได้บอกอะไรกับผู้อ่านของเขากันแน่ หรือเป็นเพราะไม่รู้ หรือเป็นเพราะตั้งใจที่จะตีสองหน้า ซึ่งเป็นโฉมหน้าของสหรัฐผ่านองค์กรที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลและได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐเอง เพื่อให้มีการโฆษณาชวนเชื่อ ประชาไทนั้นแจ่มแจ้งแดงแจ๋เลย่ว่าเป็นเครื่องมือการเล่นเกมนโยบายต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา
ประชาไท นั้นยังยืนกรานปากแข็งว่า ตัวเองเป็น “อิสระ,ไม่แสวงหาผลกำไร,และเป็นหนังสือพิมพ์ออนไลน์รายวัน” แม้ความจริงจะบอกว่า เงินทุนทั้งหมดที่มีนั้นมาจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ผ่านทางองค์กรที่น่าสงสัย ตัวอย่างเช่น National Endowment for Democracy แม้ว่าชื่อจะฟังดูธรรมดา แต่ว่ามันได้รับเงินสนับสนุนจากบริษัทอเมริกัน จากพวกเศรษฐีการเงินชั้นสูงทั้งหลาย รวมถึงพวกที่ได้ชื่อว่าบ้ากระหายสงครามด้วย องค์กรนี้มีประวัติศาสตร์อื้อฉาวยาวนานว่าเป็นเหลือบที่แฝงเร้นใต้อุดมคติประชาธิปไตยและคอยที่จะสร้างกลุ่มเคลื่อนไหวที่เป็นขบถ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในรัฐนั้นๆ จากนั้นจะได้ขยายอำนาจทางการทหารและเศรษฐกิจให้ครอบงำประเทศเป้าหมาย
ไม่มีอะไรจะอธิบายได้ดีกว่าเหตุการณร์สิ้นอำนาจของฮอสนี มูบารัค ในอียิปต์ แม้ว่าจะมีการเคร้าโครงเอาไว้ว่า เป็นการลุกฮือ โดยคนในประเทศ ด้วยต้นเอง ก็ตาม แต่จากบทความในนิวยอร์คไทม์ เรื่อง U.S. Groups Helps Nurture Arab Uprisings มันชี้ให้เห็นว่า มีองค์กรหลายกลุ่มเข้าไปมีส่วนร่วมโดยตัวในการสร้างให้เกิดการลุกฮือและสร้างการเปลี่ยนแปลงในภูมิภาค โดยเฉพาะกลุ่มเคลื่อนไหว อย่าง April 6 Youth Movement ในอียิปต์ กลุ่ม Bahrain Center for Human Rights and grass-roots activistsในบาเรนห์ กลุ่ม Entsar Qadhi ที่มีผู้นำเป็นคนหนุ่มในเยเมน กลุ่มเหล่านี้ได้รับการฝีกและได้เงินทุนสนับสนุนจากองค์กรอย่าง International Republican Institue, The National Democratic Institue and Freedom House
[รูปนักเคลื่อนไหวในอียิปต์และตูนิเซีย ได้รับรางวัลจาก NED]
นิวยอร์คไทม์ยังเขียนต่อไปอีกว่า “ไม่ว่าจะเป็นสถาบันแบบรีพับลิกันหรือเดโมแครตล้วนมีความสัมพันธ์กับพรรครีพับลิกันและเดโมแครตทั้งนั้น พวกนี้ถูกสร้างโดยสภาคองเกรส และให้เงินสนับสนุนโดย National Endowment for Democracy ซึ่งก่อตั้งมาในปี 1983 โดยเนียนว่าเพื่อส่งเสริมประชาธิปไตยในประเทศกำลังพัฒนา NED นั้นได้รับเงินจากสภาคองเกรสปีละประมาณ 100 ล้านเหรียญ ส่วน Freedom House ก็เช่นกันได้เงินสนับสนุนจำนวนมากจากรัฐบาลสหรัฐ โดยส่วนใหญ่ผ่านทางหน่วยงานของรัฐบาล”
ภายหลังจากการสิ้นอำนาจของฮอสนี มูบารัค แล้ว นาย จอห์น แมคเคน ประฐานของ IRI ก็แสดงท่าที่ว่าเป็นผลงานของเขาที่สามารถทำลายรัฐบาลอียิปต์ลงได้ ด้วยการเดินทางไปยังกรุงไคโรทันที่ พร้อมกับผู้แทนของบริษัท เยเนอรันมอเตอร์, โบอิ้ง, โค๊ก, Bechtel, ExxonMobil,Marriot และ Dow เพื่อเที่ยวชมเมืองราวกับผู้ตีเมืองขึ้นสำเร็จ แต่เป้าหมายจริงๆ คงไม่ใช่ไปเพื่อแสดงความยินดีกับอียิปต์ที่บังเกิดประชาธิปไตย แต่ไปเพื่อส่งเสริม “การเติมโตของบริษัทเอกชน” หรือจะเรียกให้ถูกว่า การขยายการครอบงำทางเศรษฐกิจของสหรัฐเหนือเศรษฐกิจของอียิปต์
[รูป จอห์น แมคเคน,จอห์น แครี่ และตัวแทนของบริษัทที่ล้วนอยู่ใน 500 ลำดับของฟอร์จูน ถ่ายในไคโร อียิปต์]
เช่นเดียวกันกับ องค์กรอื่น ทั้งโซรอส , Human Rights Watch และ Amnesty International ที่มีความเข้าไปช่วยล้างมลทินให้กับนาโต้ ในการทำสงครามในลิเบีย เพื่อให้เข้าใจเหตุผลที่แท้จริง ของอำนาจของยุโรปที่ต้องการเข้าไปแบ่งแยกและปล้นชาติอื่น เราจะได้เห็นอีกตัวอย่างหนึ่ง ที่แผงเลศนัยขององค์กรพวกนี้ที่รับใช้อำนาจและนโยบายต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา โดยใส่บทเรื่องสิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตยและเสรีภาพ ไปไว้ในการทำตลาดด้วยเสมอเสมอ
เราได้เห็นว่ากรณีของ NED แม้ว่าจะประกาศไว้ชัดแจ้ง ถึงพันธกิจอันสูงส่งขององค์กรดังที่ปรากฏในเว็บไซด์ของเขา แต่จริงๆแล้ว ไม่มีอะไรที่มากกว่าเป็นเครื่องมือในนโยบายต่างประเทศของอเมริกา แค่พูดถึงการใช้ปฏิบัติทางการทหาร โดยอ้างบทความที่ล้วนโกหก ด้วยคำว่า WMD (อาวุธทำล้ายล้างสูง) และ “ก่อการร้าย” NED ก็จะรีบเข้าไปเสริมโดยบอกว่า เพื่อส่งเสริม “ประชาธิปไตย” และ “ปลดปล่อยผู้ถูกกดขี่” แต่ถ้าไปมองที่กรรมการในบอร์ดบริหารของ NED และบอร์ดบริหารขององค์กรย่อยๆ ที่มันให้การสนับสนุน หรือ Freedom House ก็ช่วยนิยามข้อสงสัยที่เหลือได้ว่า มันเกินจะเชื่อว่าองค์กรเหล่านี้ตั้งมาด้วยวัตถุประสงค์ตามที่ประกาศเอาวไว้จริงๆ
อย่าง บอร์ดของ NED ตอนแรกเราจะเห็นชื่อ John Bohn เขาทำการค้าปิโตรเคมี เป็นนายธนาคารมานานกว่า 13 ปี ให้กบั Wells Fargo และตอนนี้ยังทำงานเป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทที่ปรึกษาระดับโลกอย่าง GlobalNet Parners ซึ่งมักให้คำปรึกษานักลงทุนต่างชาติที่เข้าไปลงทุนในประเทศจีน ดังคำขวัญของบริษัท “เข้าไปยังประเทศจีนที่สลับซับซ้อน ได้ง่าย” แน่นอนว่า Bohn ต้องสามารถจัดการกับปัจจัยทางการเมืองของจีนได้โดยผ่านกิจกรรมที่หลากหลายของ NED โดยการบริหารจัดการองค์กรทั้งภายในภายนอกประเทศจีน ในการช่วยชี้ให้เห็นผลประโยชน์ทับซ้อนต่างๆ แต่ว่า สิ่งที่เรียกว่า ผลประโยชน์ทับซ้อน นั้นดูจะปรากฏอยู่ซ้ำๆ ซ้อนๆ อยู่แค่ใน ประชาไท ตลอดจน NED และ Freedom House แค่นั้นเอง
Bohn ยังมีผู้ร่วมงานอีกคือ Rita DiMartino ซึ่งทำงานให้แผนกธุรกิจลูกค้าสัมพันธ์ฝ่ายต่างประเทศ ของ AT&T โดยดำรงจำแหน่ง “Vice President of Congressional Relations” และเธอยังเป็ฯสมาชิกของ CFR , นอกจากนั้นยังมีผู้ที่มีชื่ออยู่ใน 500 เศรษฐีของ นิตยสารฟอร์จูน อย่าง Kenneth Duberstein เขาเป็นสมาชิกบอร์ดของบริษัทโบอิ้ง,บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านน้ำมันอย่างโคโคโน่ ฟิลิปป์ และ บริษัทแมค์ก-คาลี เรียลตี้ Duberstein ยังเป็นกรรมการของ Fannie Mae จนถึงปี 2007 และแน่นอนเป็น สมาชิกของ CFR ด้วยอีกคน
มาพิจารณากันถึงพวกบ้ากระหายสงครามที่ทำงานให้กับ NED กัน มีทั้ง Francis Fukuyama, Zalmay Khaililzad , Will Marshall และ Vin Weber คนเหล่านี้ล้วนลงลายเซ็นต์ ซึ่งบอกได้เลยว่า เป็นพวกที่นิยมสงคราม พวกที่โปรโมต แผนการ ศตวรรษให้แห่งอเมริกา Project for a New American Century ลายเซ็นต์พวกเขาปรากฏในหลายหน้ากระดาษในเอกสารซึ่งเขียนโดยพวก “มันสมอง” ที่เรียกร้องหลายต่อหลายครั้งให้สหรัฐทำสงครามโจมตีประเทศเอกราช เพิ่มจำนวนทหารในประเทศที่สหรัฐเข้าไปอยู่แล้วให้มากขี้น และยังสนับสนุนข้อเรียกร้องในการสร้างก การครอบครองโลกโดยอเมริกาในเอกสารสไตล์อิตเลอร์ซึ่งมีความหนากว่า 90 หน้า เอกสารนี้ชื่อว่า Rebuilding Americas Defenses ซึ่งนั้นแหละ เราได้ได้ว่า ผู้คลั่งสงครามพวกนี้แหละทำงานอยู่รายล้อม ให้สนับสนุนอย่างน่าสงสัยร่วมกับ Freedom House ราวกับโคจรรอบด้วยแรงที่มองไม่เห็น
ใน Statement of Principles ลงนามโดยประธานของ NED นาย Fraincis Fukuyama, Zalmay Khalizad, และ Vin Weber เขียนไว้ว่า “พวกเราต้องยอมรับในความรับผิดชอบต่อภาระกิจอันซึ่งไม่มีผู้ทำแทนได้ของสหรัฐอเมริกาในการปกป้องและแพร่ขยายระเบียบซึ่งจะเป็นสากลเป็นมิตรและความมั่นคงของเรา ความมั่งคั่งของเรา และหลักการณ์ของเรา” นั้นแหละที่ว่า “ระเบียบสากล” พวกเขาหมายถึงว่ามันอยู่ในอำนาจดินแดนอธิปไตยสหรัฐและหลีกเลี่ยงที่จะบอกว่าเป็นแนวคิดจักรวรรดิโลก คนอื่นๆ พวกนีโอ-คอน ที่ลงนามในแถลงการณ์ดังกล่าวมีสมาชิกของ Freedom House อย่าง Puala Dobrainsky, Dan Quayle และ Donald Rumsfeld ต่อด้วย Paul Wolfowith, Dick Cheney, Eliot Cohen และ Elliot Abrams
[ภาพ แผนภูมิ ผู้ให้การสนับสนุน ทักษิณ ชินวัตร และ “เป็นอิสระ” ประชาไท ซึ่งได้รับเงินจากรัฐบาลสหรัฐและมูลนิธิของโซรอส]

PNAC “Statement on Post-War Irag” แถลงการณ์หลังสงครามอิรัก ด้วยความปลาบปลื้มอย่างเต็มหัวใจในความสำเร็จของการสร้างชาติ ลงนามโดยประธาน NED นาย Will Marshall และจาก Freedom House นาย Frank Carlucci และ Jame Woolsey, Martin Indyk (ผู้่ร่วมแต่งหนังสือ Which Path to Persia) , William Kristol , Robert Kagan สองรายหลังนี้เป็นพวกบ้าสงคราม และริเริ่มนโยบายต่างประเทศ (Foreign Policy Initiative) ควรจำไว้ว่า FPI นั้นคือความตั้งใจและเป้าหมาย PNAC มีแรงบันดาลใจสุดท้ายซึ่งเปิดเผยออกมาในจดหมายเปิดผนึก An Open letter to House Republicans ถึงสมาชิคพรรคลีพัลบลิกัน เรียกร้องให้พวกเขาทำสงครามในลิเบีย จดหมายของ FPI มีการแนะนำให้ใช้มติขององค์การสหประชาชาติในการรับรองอำนาจในการทำสงครามก่อน เพื่อใช้มตินั้นเป็นเหมือนตัวประกัน จากนั้นก็ก้าวไปไกลกว่ามติโดยการ สนับสนุนฝ่ายกบฏในลิเบีย

An Untitled PNAC Letter Addressed to the US President George Bush จดหมายไม่มีหัวเรื่องจาก PNAC ส่งถึงบุช มีการลงนามรับรองโดยสมาชิกหัวนิยมสงครามจาก Freedom Houses อย่าง Ellen Bork,Ken Adelman (คนนี้เป็นอดีตล๊อบบี้ยิสต์ให้กับทักษิณ ผ่าน Edelman) และ James Woolsey และพวกที่เป็น Neo-Con อย่าง Richard Perle,William Kristol,Robert Kagan และพวกชอบใช้วิธีการปลุกปั่นอย่าง Daniel Pipes
นี่พอสมควรแล้วที่จะบอกว่า ไม่ทั้งคนของ NED หรือ Freedom House ที่สมควรแล้วหรือที่จะออกมาโกหกว่าสนับสนุนเสรีภาพทั่วโลก และนี้ก็พอจะกล่าวได้ว่าหลักการณ์เรื่อง ประชาธิปไตย,เสรีภาพ และสิทธิมนุษย์ชนนั้น คนเหล้านี้เป็นแชมป์ในการใช้อย่างมิชอบ มันเป็นเพียงแค่กระบวนการในการยกระดับ ดึงคนทั่วโลกเข้ามามีส่วนร่วม เพียงเพื่อสนองวาระที่ซ่อนเร้นของคนกลุ่มนี้เท่านั้นเอง
แน่นอนว่า ประวิทย์ จากหนังสือพิมพ์ “เดอะ เนชั่น” นั้นไม่มีทางเชื่อว่าบุคลิกลักษณะอันน่าสงสัยเหล่านี้ ล้วนทำงานอุทิศในลักษณะอุดมการณ์เดียวกับสิ่งที่ ประชาไท กำลังทำอยู่ เขาคงไม่เชื่อเหรอกว่าคนพวกนี้ให้เงินสนับสนุน ประชาไท โดยไม่ได้หวังสิ่งตอบแทน ซึ่งอันที่จริงแล้ว ประชาไท มักใส่ข้อความ อันไม่ซื่อสัตย์, เพห์ทุบาย, บ่อนทำลาย และยอมรับอำนาจแฝงจากองค์กรเหนือขึ้นไปมาตลอด แน่นอนว่าเป็นการเล่นเกมกลของนโยบายต่างประเทศของอเมริกา แต่เหนืออื่นใดมันถากถางเย้ยหยันหลักการณ์ที่ประชาไท เองอ้างมาตลอดนั้นแหละ
Washington and Wall Street’s End Game for Thailand การจบเกมประเทศไทย ของวอชิงตันและวอลล์สตีต
หัวใจสำคัญที่ต้องเกี่ยวข้องกับประชาไท เพราะว่ามันดันรับใช้วอชิงตันและวอลล์สตีตเพื่อให้เข้ามาและทำลายประเทศไทย เหมือนยังในอียิปต์ ซึ่งคนที่ทรยศต่อชาวอียิปต์ นาย Mohamed ElBaradei นั่งเป็นกรรมการในทรัสต์เครื่อข่ายพวกผู้กำหนดสหรัฐ ขณะที่เขานั้นทำหน้าที่ในการนำการลุกฮือประท้วงในประเทศของตนเอง ในประเทศไทยก็มีลูกไล่ให้ใช้ง่ายได้ ลูกไล่คนนั้นคือ ทักษิณ ชินวัตร และแผนการก็คล้ายๆ กับอียิปต์ มีพวกใช้อาวุธวิ่งไปตามถนนคล้ายกับที่เอลบาราเด ทำในอียิปต์ ทักษิณ ก็ใช้ “ควายแดง” หรือ นปช. ซึ่ง 6 เมษายน ในขณะที่ผู้นำประท้วงในอียิปต์ ได้พบกับตัวแทนจากรัฐบาลสหรัฐและตัวแทนบริษัทผลประโยชน์ต่างๆ วันนั้นผู้นำของควายแดงก็ได้รับโอกาสเช่นเดียวกัน
[ภาพทักษิณ ชินวัตร 2006 คืนวันปฏิวัติ ]
ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีประเทศไทยตั้งแต่ 2001 จนถึงวันที่ทหารปฏิวัติในปี 2006 เขาเป็นที่ปรึกษาของ Carlyle Group และกำลังจะขึ้นบรรยายในเวทีของ Council on Foreign Relations ในนิวยอร์ค ในคืนที่ถูกไล่ลงจากอำนาจ ตอนที่ทักษิณ เป็นนายก เขาพยายามทำข้อตกลงเสรีทางการค้า FTA กับสหรัฐ โดยไม่ยอมผ่านสภา แต่สิ้นอำนาจไปก่อน แต่ปรากฏว่าเมื่อ FTA ฉบับคล้าย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสภาธุรกิจ สหรัฐอาเซียน(US-ASEAN Business Council) จะทำการตกลงกัน กับต้องเผชิญกับแก๊งข้างถนนของ นปช. ในเดือนเมษายน 2011
[กลุ่มบริษัทในสภาธุรกิจสหรัฐอาเซียน ]

สภาธุรกิจ ดังกล่าว ในปี 2004 มีบริษัทอย่าง 3M,Bechtel,Boeing,Cargill,Citigroup,GE,IBM บริษัทอื้อฉาวอย่าง Monsanto และบริษัทที่ทำอาชญกรรมทางการธนาคาอย่าง GlodmanSachs และ JP Morgan, Lockheed Martin, Raytheon, Chevron, Exxon, BP, Glaxo Smith Kline, Merck, Northrop Grumman, Monsanto’s GMO doppelganger Syngenta, และ Phillip Morris บริษัทเหล่านนี้ล้วนรุ้จักกันดีว่าเป็นฆาตกรสังหารหมู่ คอร์รัปชั่นแบบมหึมา ก่อสงคราม และทำให้มนุษยชาติทุกข์ทรมานมากกว่าที่จะจริงจังกับ “ประชาธิปไตย” หรือ “สังคมเปิดกว้าง” อย่างที่ เป็น อุดมการณ์คติ ของทักษิณ นปช.ของเขา หรือว่า ประชาไท บอกว่าจะ นำพา มาสู่ประเทศไทย
ตั้งแต่ปี 2006 การปฏิวัติซึ่งขับไล่เอาอำนาจเผด็จการของเขาออกไป ทักษิณกับถูกส่งเสริมโดยเหล่าชนช้้นสูงทางธุรกิจของสหรัฐ โดยมีบริษัทล็อบบี้ยิสต์หลายแห่งที่มาเกี่ยวข้อง อย่าง นาย Kenneth Adelman จาก Edelman PR Fiem (Freedom HOuse,International Crisis Group,PNAC) , นาย Jamp Baker จาก Baker Botts, นาย Robert Blackwill จาก Barbour Griffith&Roger (CFR) , Kobre&Kim และตอนนี้ นาย Rober Amsterdam จาก Amsterdam & Peroff (Chatham House) ซึ่งหมายความว่า ควายแดงของเขา นปช. ! ได้รับการสนับสนุนจาก บรรดาเอ็นจีโอซึ่งได้รับเงินทุนจากรัฐบาลสหรัฐ เช่นเดียวกับ ประชาไท
ทักษิณ ซึ่งน้องสาวของเขาลงแข่งขันเลือกตั้ง กรกฏาคม 2011 เขาถูกตัดสินจำคุก 2 ปีแต่ก็หนีไปหลบซ่อนในต่างประเทศ แต่พรรคการเมืองตัวแทนของเขายังได้รับการสนับสนุนจากสื่อตะวันตกอย่างมาก โดยเฉพาะที่มีสัมพันธ์กับ Council on Foreign Relations ได้สนับสนุนอย่างมากและสนับสนุนให้เขาได้รับอำนาจอย่างไร้ขีดจำกัด ทั้งที่ชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียงเพียง 35% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แต่แม้ได้รับอำนาจไปแล้ว แต่ฐานสนับสนุนของทักษิณยังคงต้องเผชิญหน้ากับคนไทยจำนวนหนึ่งและกองทัพ
ค่อนข้างชัดเจนว่าถ้าตะวันตกยังให้อยู่เบื้องหลังทักษิณและปล่อยให้เขาเปลี่ยนแปลงปไปในทางที่วอชิงตันและวอลล์สตีตต้องการ สถาบันของไทยจะต้องถูกทำลาย ในขณะที่ฝ่ายตรงข้ามเขายังอยู่ในช่วงฟื้นฟู
มาที่ ประชาไท นปช. และนักข่าวอย่างประวิต ผู้ซึ่งใช้วิชาชีพของเขาในการเปลี่ยนจุดโฟกัสของเรื่องหรือหลอกหล่อคนในทางอื่นที่ผิดจนถึงที่สุดนั้น ในขณะที่ทั้งสามยังคงจำลัก คำว่า ประชาธิปไตย,สิทธิมนุษย์ชน ไว้เบื้องหลัง เรากลับมองเห็นว่าเบี้องหลังของพวกเขา พวกเขาไม่ได้ยืนอยู่เพื่อสิ่งเหล่านั้น ทั้งประชาไทและประวิตแค่ถุกสั่งให้สร้างบทบรรยายที่ ไคว่เคว ล่อลวง และที่สำคัญ หลีกเลี่ยงที่จะอ้างอิงเอกสารจำนวนมากที่ดี ถูกต้อง ซึ่งเอกสารเหล่านั้นจะชี้ให้เห็นว่าข้ออ้างทั้งหมดของพวกเขานั้น ไม่สมประกอบ
Bottom Line บรรทัดสุดท้าย
ประวิต อ้างว่า นั้นเป็นการกล่าวหา ใส่ร้าย ประชาไทย ว่าเป็นส่วนหนึ่งของ จักวรรดินิยมอเมริกันใหม่ (American Neo-imperial) ทฤษฏีเรื่องการสมรู้ร่วมคิดเรื่องรัฐบาลโลกเป็นเรื่องที่ เกินจริง โกหก และบ้า แต่ประวิต กับล้มเหลวไม่สามารถนำความจริงอย่างที่อ้างมาตอบโต้ได้ แต่เขากับยืนยันความสัมพันธ์ระหว่าง ทักษิณ, นปช. ประชาไท และอื่นๆที่รู้จักกันดี ยอมรับว่ามีการครอบงำของอเมริการ ซึ่งนั้นไม่ต้องสงสัยมันเป็นการสมรู้ร่วมคิดที่จริงซะยิ่งกว่าจริง การออกมาปกป้องประชาไทของประวิต ไม่ใช่เรื่องน่าผิดหวังเพราะเขาเองมีผลประโยชน์ที่แจ่มแจ้งมีตำแหน่งอยู่ในประชาไท ไม่ใช่เพราะเขาเขียนโจมตีโดยคลาดเคลื่อนที่ทำให้เขาต้องต้ั้งรับ แต่ที่จริงเป็ฯนเพราะเขาไม่สามารถยืนยันข้อเท็จจริงได้ เขาน่าจะอ่านให้แน่ใจก่อนที่จะคิดไปเองว่า Land Destroyer นั้น “กล่าวหา” ประชาไท

^^ นี่เป็นตัวอย่างหนึ่ง , นักวิจัยอิสระ จริงๆ ที่มีบัญชีบล๊อกเกอร์และทวิตเตอร์ เวลาบางอีกเล็กน้อย แต่สามารถหยอกเอินกวนตีน หนังสือพิมพ์ระดับชาติกับเอ็นจีโอที่รับเงินทุนสนับสนุนจากสหรัฐได้ ซึ่งเหล่านั้นคืออันหนึ่งอันเดียวกันแต่หลากหลายสัญญาณที่บ่งบอกว่าการปฏิวัติที่แท้จริงกำลังจะมา องค์การอย่างประชาไท และอำนาจสามานจากภายนอกที่ให้การสนับสนุนพวกเขาล้วนมีวาระของตน โดยล้อเล่นกับความไร้เดียงสาของผุ้คน ความไร้เดียงสานั้นเป็นเพราะ มีอิสระมาก มีสื่อมากมาย มันกลับกลาเป็นเครื่องมือของพวกชั้นสูงระดับโลกที่เอามาใช้ประโยชน์
ใครที่เชื่อกว่า คนเดียวไม่สามารถสร้างความแตกต่างได้ หลักฐานมันมีอยู่รอบตัวว่ามันผิด … มาเขียนบล๊อกกันวันนี้เถอะ